วันนี้ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะพบความจริงว่า ตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงกลางระหว่างทางแยกขนาดใหญ่
และหากมองจากตำแหน่งนี้ ผมเห็นว่าเส้นทางทั้งขวาและซ้ายนั้น มีความกว้าง พื้นผิว ตลอดจนทิวทัศน์สองข้าง แทบจะเทียมเท่ากันทุกประการ
แต่ความหมายของทางแยก คือ การแยกห่างออกจากกัน ทางแยกต่างจากทางขนานตรงที่ เราจะไม่มีวันล่วงรู้ได้เลยว่า บนเส้นทางข้างหน้า จะมีอีกสักระยะหนึ่งไหม ที่ถนนที่แยกจากกันไปนั้น มันจะเลี้ยววนมาบรรจบกันอีกครั้ง
บ่ายแก่ๆ ของวันทำงานธรรมดาวันหนึ่ง ผมขลุกตัวอยู่หลังคอมพิวเตอร์เครื่องที่ใช้เป็นประจำขณะปักหลักทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ เสียงและการสั่นสะเทือนของเครื่องโทรศัพท์ซึ่งสอดแนบอยู่ในกระเป๋ากางเกงฝ่าความวิเวกขึ้นมาในเวลาที่เกือบจะพร้อมกัน ผมล้วงลงไปฉวยเอาเครื่องมือสื่อสารของตัวเองออกมา แล้วใช้สายตาพิศดูหน้าจอตามปกตินิสัยของผู้ที่ใช้โทรศัพท์ติดตามตัวทั่วไป
ชื่อเพื่อนคนหนึ่งที่ร่วมทำนิตยสารด้วยกันชัดหราอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ สำหรับเพื่อนคนนี้ โดยปกติแล้ว สิบวัน พันชั่วโมงมันถึงจะติดต่อมาหาผมสักครั้ง ผมจึงคิดเอาเองว่า สัญญาณการติดต่อของมันไม่น่าจะใช่เรื่องของการไถ่ถามสุขทุกข์ทั่วไป แต่น่าจะมีบางเรื่อง ที่จำเพาะเจาะจงต้องสนทนาหารือกับผมเป็นการส่วนตัวมากกว่า
"พี่...ให้มึงโทรหาด่วน" สามจุดที่ละไว้ คือ นามของรุ่นพี่ในแวดวงนิตยสารที่รู้จักกันเผินๆ คนหนึ่ง ซึ่งผมก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรนัก แต่สิ่งที่ทำให้ผมฉงนใจ จนเลยเถิดไปถึงการคาดเดาอะไรขึ้นมาในหัว ก็คือ คำลงท้ายที่เพื่อนคนนั้นใช้ปิดการสนทนา เพราะโดยปกติแล้ว 'ด่วน' เป็นคำที่มีพลังสูงพอที่พร้อมจะทำให้ใครสักคนวางมือจากกิจที่ปฏิบัติอยู่ได้ทุกขณะเวลา
สามสิบวินาทีหลังการวางโทรศัพท์จากเพื่อน ผมติดต่อกลับไปยังรุ่นพี่ในวงการคนนั้นพร้อมๆ กับที่พยายามละล้างความคิดปรุงแต่งซึ่งฟุ้งเกลื่อนอยู่ในสมอง เสียงปลายสายทำให้สิ่งที่ผมคาดเดาปะติดปะต่อจนเป็นรูปธรรม เมื่อวางสายไป ความเงียบที่ซุกซ่อนอยู่บนชั้นทำงานซึ่งคลาคล่ำไปด้วยเสียงสนทนา หยอกล้อ เล่นหัวของคนหลายสิบก็แผ่เข้ามาเคลือบคลุมร่างของผม ความรู้สึกมากกว่าสองประการผุดพุ่งแล่นวูบขึ้นวาบลงอยู่ในกายที่เคลื่อนกลับไปหลังคอมพิวเตอร์อย่างเชื่องช้า
มันเหมือนว่าผมกำลังเดินอยู่บนเส้นทางสายหนึ่ง แม้จะสะดุดหรือหกล้มบ้าง แต่วินาทีนั้นผมก็ยังแน่วแน่และยึดมั่นกับทางตรงที่ทอดยาวไปจากตำแหน่งนี้ แต่แล้ววันหนึ่ง ผมกลับพบความจริงว่า บนถนนสายใหญ่ที่ตัวเองกำลังเคลื่อนที่ แท้จริงแล้วมันเกิดขึ้นจากการประกอบรวมกันของเส้นทางปลีกย่อยมากมายนับสิบ ร้อย พัน หรืออาจมากจนผู้เดินทางไม่สามารถนับคำนวณได้เลย
หลังจากที่เห็นถนนอีกสาย ทอดเชื่อมอยู่กับเส้นทางหลักที่กำลังเดินอยู่ ความลังเลก็โถมเข้ามาเกาะกุมที่หัวใจของผมทันที
เพราะหากผมใช้สมองในการตัดสินใจเลือกเส้นทางการเคลื่อนที่ ความสับสนว้าวุ่นก็คงไม่อาจดึงโน้มให้ผมต้องหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างทางแยกเช่นที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน
แต่เพราะผมใช้หัวใจในการตัดสิน ก้อนเนื้อที่มีความลังเลโอบคลุม มันคงทำงานได้ไม่เต็มที่ ผมครุ่นคิดตริตรองซ้ำแล้วซ้ำอีก ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน เนื่องจากข้อบังคับและปัจจัยกำหนดที่ไม่เปิดโอกาสให้ผมใคร่ครวญได้ยาวนานเท่าไร
หลังจาก ที่ได้ตัดสินใจออกไป ผมวาดเท้าก้าวเดินต่อไป และได้พบสัจจะอีกประการที่ตัวเองแทบไม่เคยนำขึ้นมาทบทวนหรือระลึกนึกถึง
ผมพบว่า บนเส้นทางสายหลักที่เราทุกคนกำลังเดิน แท้จริงแล้ว มันเต็มไปด้วยทางแยกใหญ่น้อยมากมายนับไม่ถ้วน แต่ความคุ้นชินบางประการได้โบกถมจนทำให้เรามองไม่เห็นทางแยกยิบย่อยเหล่านั้นในสายตา
หากยึดการหมุนโคจรของดวงดาว เป็นหมุดหมายของการเริ่มชีวิตใหม่ จะพบว่า เราทุกคนต่างพบทางแยกมากมายที่ไมได้มีแค่ซ้ายกับขวา หน้ากับหลัง...
จะรีบล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ หรือ ละเลียดเวลาด้วยการดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือพิมพ์?
จะขึ้นรถประจำทางสายเดิมที่คุ้นเคย หรือทดลองเดินทางด้วยสายรถเมล์ใหม่ๆ หรือมุ่งไปที่หมายด้วยวิธีการและพาหนะที่ต่างไป?
จะทำสิ่งที่คุณกระทำซ้ำบ่อย หรือทดลองเดินหนทางแปลกใหม่ที่อยู่ห่างจากความคุ้นเคยของคุณเอง?
และในทุกเส้นทาง ที่คุณเลี้ยวเดิน มันก็ยังมีเส้นทางอีกนับสิบ นับร้อย ให้เลือกก้าว
ใช่หรือไม่ว่า ความคุ้นชิน ความขลาดกลัว นิสัยไม่กล้าเปลี่ยนที่ฝังอยู่ในสมองของคนส่วนใหญ่ ทำให้เราต่างมองไม่เห็นทางแยกเหล่านั้น
วันนี้ ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อที่จะพบความจริงที่ว่า ตัวเองกำลังยืนอยู่ระหว่างทางแยกขนาดใหญ่ ที่มีทางยิบย่อยหลายร้อยหมื่น เป็นตัวเลือกที่เจ้าของฝ่าเท้าจะบังคับให้อวัยวะคู่นี้ไปเหยียบยืน ณ ตำแหน่งใด ของถนนชีวิต
...........................................................................
ขอขอบพระคุณ
เวสารัช โทณผลิน สำหรับความพยายามที่จะพัฒนาตัวเองและจุดหมายที่เราเห็นร่วมกัน
พี่ต่อพงษ์ เศวตามร์ สำหรับความเข้าใจและโอกาสมากมายที่ให้ผมมา พี่เป็นคนที่รักลูกน้องมากที่สุดคนหนึ่ง เท่าที่ผมเคยรู้จัก
พี่นรวัชร์ พันธ์บุญเกิด สำหรับความเชื่อถือในตัวตนของผม และสำหรับความเป็นเพื่อน เป็นพี่ ที่จะคงอยู่ตลอดไป
ทุกๆ คนที่บ้านพระอาทิตย์ และทุกๆ คนบนถนนพระอาทิตย์ ทางแยกเส้นนี้ มันจะไม่ทำให้ผมหลงลืมละเลย หรือเดินห่างไกลจนไม่สามารถย้อนกลับไปเหยียบย่ำได้อย่างแน่นอน ขอขอบพระคุณจริงๆ จากหัวใจครับ
edit @ 22 May 2008 23:02:09 by WAY