เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลาสองเดือนกว่าๆ แล้ว แต่ทุกสิ่งทุกอย่างยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำของผม เสมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
สนามหญ้ากว้างใหญ่หลังสโมสรทหารเรือสว่างเรืองด้วยแสงไฟที่สาดกระทบ เสียงอึงอลฟังไม่ได้ศัพท์ดังมาจากเครื่องเสียงที่ตั้งห่างออกไป ผมก้าวช้าๆ เหยียบใบหญ้าเขียวชื้นมุ่งไปทางต้นเสียง เมื่อเคลื่อนผ่านเหลี่ยมมุมของตัวอาคาร ผมก็เห็นเพื่อนของผมยืนตระหง่านอยู่ สูทสีขาวที่เขาสวมแยกเขาให้ต่างไปจากคนนับพันซึ่งอยู่บริเวณนั้น ส่วนผู้หญิงในชุดราตรีที่ยืนเคียงข้างก็ทำให้เขาดูแปลกไปจากภาพจดจำที่ผมมีต่อเขา ภาพซึ่งฝังอยู่ในหัวของผมมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา
15 ปีที่แล้ว ผมเดินลงมาจากห้องเรียนที่เพิ่งยุติการสอนเพื่อตรงไปเข้าห้องน้ำที่อยู่คนละอาคาร ระหว่างทาง ผมพบเพื่อนคนนี้นั่งอยู่ใต้ถุนอาคารมืดหม่น เขาสวมกางเกงขาสั้นขนาดเล็กกว่าสะโพกไปหนึ่งเบอร์ ผมเหลือบมองเขาแต่ไม่กล้ามองจ้องหรือเอ่ยทัก กิติศัพท์ในการใช้ชีวิตเยี่ยงอันธพาลของเขาดึงถ่างสัมพันธภาพของเราให้ห่างออกจากกัน ทั้งๆ ที่เราเรียนอยู่ห้องเดียวกัน และเคยร่วมรั้วโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นประถมด้วยซ้ำ
บ่อยครั้งที่เดินผ่าน ผมเห็นเขาอยู่บริเวณนั้น แต่แทบจะไม่เคยเห็นเขาอยู่ในห้องเรียนเลย บางวันเขาเอาน้ำประปาไล่สาดเพื่อนในกลุ่มที่มาจากแทบทุกห้องคละเคล้ากันไป เขาแผดเสียงหัวเราะ แต่บางวันเขานั่งเงียบ เอาบุหรี่จิ้มเข้าปาก สูดลมหายใจลึกจนปลายแท่งมฤตยูกลายเป็นสีส้มแดง แล้วระบายควันออกมาแต่ดูเหมือนยังเก็บงำบางสิ่งอยู่ในใจ
รอยยิ้มของเขาในงานสมรส ดึงผมกลับคืนสู่ปัจจุบัน ผมกับเพื่อนในกลุ่มเดินเข้าไปจับมือทักทายเขา สีหน้าของทุกคนเปื้อนแปะไปด้วยรอยยิ้ม เป็นสหยิ้มที่ผมและเพื่อนๆ ไม่ได้เห็นและปฏิบัติร่วมกันมานาน นับจากวันที่เราทุกคนเลิกสวมชุดนักเรียนมัธยม
ภาพอดีตฉายเลือนราง หลายเดือนถัดจากวันที่เขาซุกตัวอยู่ใต้ตึก ชีวิตการศึกษาของเราเลื่อนสู่ท่อนปลายของวัยมัธยมตามครรลอง เส้นผมบนศีรษะยืดยาวกว่าช่วงที่อยู่มัธยมต้น 2-3 เซนติเมตร ใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยสิว เสียงพูดก็แตกพร่า หลายสิ่งเปลี่ยนแปลง แต่โชคชะตากลับบ่มเพาะความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขาให้เหนียวแน่นกว่าเดิม เราได้อยู่ร่วมห้องกันอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่เขาก็ได้ลุกจากเก้าอี้ที่เคยนั่ง เดินผ่านเงามืดของซอกตึกมาสู่มุมสว่างบนสนามบาสเกตบอล ลานฟุตบอล และห้องเรียน
ใครจะไปเชื่อว่า เด็กผู้ชายที่เคยนั่งประดิษฐ์อาวุธให้เพื่อนนำไปทำร้ายนักเรียนต่างสถาบันจะได้เป็นหัวหน้าห้อง ที่สำคัญ เขายังเป็นศูนย์รวมจิตใจของเพื่อนๆ ในห้องทุกคน ไม่ใช่เพียงคนที่คอยยกอุปกรณ์การสอนของอาจารย์มาติดตั้ง ไม่ใช่แค่คนที่กล่าวให้ทุกคนในห้องแสดงความเคารพครูผู้สอน ไม่ใช่ทาสรับใช้ของห้องเหมือนหัวหน้าห้องในความรู้สึกของคนส่วนใหญ่
ในที่สุด เขากลายมาเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งในกลุ่มที่ผมสบายใจยามได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเขา ไม่หลงเหลือโครงเค้าของนักเลงเยาวชนที่เขาเคยพยายามทำให้ตัวเองเป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย
เสียงจากลำโพงกระชากผมกลับสู่วันงานอีกครั้ง หลังจากร่วมถ่ายภาพกับเขาและเจ้าสาว เพื่อนร่างโย่งคนนี้ก็เดินนำผมและเพื่อนๆ ไปที่โต๊ะว่างตัวหนึ่ง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจในทำนองขอโทษขอโพย หากดูแลได้ไม่ดีพอ
วินาทีนั้น ขอสารภาพตรงๆ ว่า ไม่ใช่การดูแลจากเพื่อนในวันงานที่ผมเก็บมาครุ่นคิด แต่สิ่งที่โคจรอยู่ในสมองของผมจนถึงกลางดึกในห้องนอนอันเงียบสงัดนั้นคือ "อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราต้องจากกัน?"
นาฬิกาหยุดเดินไปหลายครั้ง แต่โลกไม่เคยหยุดหมุน การโคจรของดวงดาวพาให้ผมและเขามีชีวิตเป็นของตัวเอง เราพบเจอกันบ้างในวาระที่ใครสักคนในกลุ่มนัด ตามร้านหมูกระทะ ร้านอาหารญี่ปุ่น และผับบาร์
แต่ชื่อของเพื่อนที่เคยปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็ทิ้งระยะห่างในการแสดงตัว จากหนึ่งเดือน เป็นสองเดือน จากสอง เป็นสี่ ห้า และหก เราทุกคนมีภารกิจที่ต้องทำ ไม่อาจมาร่วมโต๊ะ กินลาบ น้ำตก หรือหมูกระทะแล้วระเบิดเสียงหัวเราะกลบความเงียบเหงาภายในร้าน ไม่อาจวิ่งไล่ลูกฟุตบอลพลาสติกเก่าๆ ปล่อยชายเสื้อออกนอกกางเกง ยุติการแข่งขันลงพร้อมๆ กับเสื้อที่ชุ่มเหงื่อและรอยยิ้มที่ปนเปื้อนไปจนถึงวินาทีที่กำลังจะหย่อนศรีษะลงบนหมอนได้อีกต่อไป
ผมเคยเร่งเวลา ให้ราตรีพ้นไปเร็วๆ เพื่อจะได้ไปเจอกับเพื่อนที่โรงเรียนอีกครั้งในยามเช้า
แต่ วันนี้ ผมกลับละเลียดจังหวะชีวิตของตัวเอง ทั้งๆ ที่รู้ดีว่า จุดที่เขากำลังยืน คือ ตำแหน่งที่เพื่อนของผมเลือก เช่นเดียวกับเก้าอี้ชื้นเหม็นใต้อาคารมืดๆ บนสนามบาสเกตบอล ในห้องสอบเอ็นทรานซ์ที่มีปลายทางเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์ และอีกแสนล้านตำแหน่งที่เขาเคยเคลื่อนผ่าน
ถ้าสิ่งที่ทำให้ผมและเพื่อนๆ ยินดีและเต็มใจมาร่วมแสดงความยินดีกับเขาในวันนี้ คือ สิ่งเดียวกันกับที่ทำให้เขาเลือกยืนอยู่หน้าประตูมงคล เคียงคู่ผู้หญิงที่เขาเลือกให้มาเป็นคู่ชีวิต ท่ามกลางแขกเหรื่อนับร้อย นับพัน สิ่งนั้น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราทุกคนเรียกว่า...
ความรัก
และผมก็เชื่อเหลือเกินว่า มันเป็นสิ่งเดียวที่ฉุดดึงเขาให้เดินออกมาจากซอกสกปรกในอดีต เป็นสิ่งที่ทำให้เขามองเห็นความดีงามในหล่มโคลน เห็นความชื้นฉ่ำในพื้นดินแห้งผากตอนเที่ยงวัน เห็นความสวยบริสุทธิ์ของผู้หญิงที่เขาเลือกให้เป็นคู่ชีวิต
เขาทำให้ผมรู้คำตอบว่า ท่ามกลางความสลับซับซ้อนในการใช้ชีวิตของมนุษย์ มีสิ่งเดียวที่ทำให้เขากลายเป็นเขาได้อย่างทุกวันนี้ และสิ่งนั้นไม่พรากใครไปจากใคร แต่มันกลับทำให้การเคลื่อนผ่านของแต่ละคนมีความหมาย ทุกๆ จังหวะจะประทับรอยจำ จะตราตรึงอยู่ในใจของเราทุกคนไปตลอด
จนกว่าความเสื่อมสลายของระบบประสาทหรือความตายจะมาพรากไปจากเรา
edit @ 9 Apr 2009 21:58:54 by WAY